ช่วงปิดเทอมนี้ หลานมาเที่ยวกรุงเทพและได้หิ้วรถกระป๋อง Race Tin gen3 มาเล่นด้วยครับ ผมเลยยืมมาลองติดรีเลย์ดูซะเลย แล้วก็เพิ่มปุ่มเทอร์โบ(เพิ่มถ่านหนึ่งก้อน)ให้ด้วย ทำให้เล่นสนุกขึ้นอีกหน่อยนึงครับ หลังจากที่ได้ลองพิจารณาดูในรายละเอียดของวงจรรถรุ่นนี้ ก็พบว่าลักษณะคล้ายกับของวงจรของรุ่นเดิมมาก (รุ่นแรกนะ รุ่นสองไม่เคยเล่น) น่าจะโมได้เหมือนกัน
รายการอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมไว้ให้พร้อม ก็มีดังนี้ครับ
-รีเลย์ 3 โวลต์ 6 ขา = 2 ตัว
- รีเลย์ 3 โวลต์ 8 ขา = 1 ตัว
-ไดโอด 1N4007 = 1 ตัว
-ทรานซิสเตอร์ BC547 = 1 ตัว
-ตัวต้านทาน 1/8w 5% 1kohm = 1 ตัว(ใช้ ขนาด 1/4w ก็ได้ครับ แต่ตัวจะใหญ่กว่าหน่อยนึง)
-สายไฟเส้นเล็กๆ จำนวนนิดหน่อย
-รางถ่านขนาด AA 1 ก้อน = 1 ตัว
-สวิชต์กดติดปล่อยดับ = 1 ตัว
มาดูขั้นตอนกันเลย (รูปที่นำมาแสดงอาจจะไม่ค่อยชัดเท่าไร เพราะกล้องจริงไม่อยู่ เลยเอากล้องเว็บแคมมาใช้ถ่ายแก้ขัดไปก่อนครับ)
อันดับ แรก ก็ต้องหาที่สำหรับติดตั้งถ่านก้อนที่สามเสียก่อน ผมเลือกบริเวณด้านท้ายของบอดี้รถโดยตัดกันชนท้ายออกบางส่วน แล้วนำรางถ่านเอเอชนิดก้อนเดียวติดกับบอดี้รถด้วยปืนกาวครับ ดูในรูปประกอบครับ
ต่อมาก็ติดตั้งรีเลย์บนแชสซีครับโดยรีเลย์สองตัวที่เป็นตัว 6 ขา จะทำหน้าที่ เดินหน้า-ถอยหลัง(วิ่งด้วยถ่าน 2 ก้อน) ส่วนตัวรีเลย์ 8 ขาก็จะทำหน้าในจังหวะกดปุ่มเทอร์โบครับ(วิ่งด้วยถ่าน 3 ก้อนครับ)
รถกระป๋องรุ่นใหม่นี้มันหาที่วางรีเลย์ยากจริงๆ ครับ แน่นไปหมดเลย หลังจากจัดที่จัดทางดูแล้วก็ เอาตัวหกขาแพ็คคู่กันไว้กลางรถตรง ไกล้กับจุดยึดเอชบาร์ ( ต้องตัดแผงกั้นด้านหลังของแชสซีหลักออกด้วย เพราะรีเลย์มันติดสวิชต์ขยับไม่ ได้เลย)
ส่วนตัวแปดขาก็เอาวางไว้ตรงด้านบนของชุดเลี้ยวครับ รายละเอียดก็ดูตามรูปละกัน
จาก นั้นก็เอาวงจรภาครับมาโมก่อน โดยเพิ่มช่องบังคับเพื่อให้มีปุ่มเทอร์โบได้ครับ ดูตามรูปภาพจะอธิบายว่าต้องต่อวงจรเพิ่มเติมอย่างไร วิธีการของผมจะบัดกรีทรานซิสเตอร์และตัวต้านทานลงไปบนบอร์ดเลย โดยขา E บัดกรีลงกราวนด์ของวงจร และขา B บัดกรีกับตัวต้านทาน 1Kohm และอีกขาหนึ่งของตัวต้านทานบัดกรีต่อกับขา 12 ของชิพไอซีที่อยู่บนแผงวงจรครับ ส่วนขา C ของทรานซิสเตอร์ ก็เดินสายสีขาวไปรอบัดกรีกับขาคอยล์ของรีเลยตัวแปดขาครับ
หลังจากที่จัดการแผงวงจรภาครับเสร็จก็ มาลุยที่ตัวรถต่อครับ วายริ่งสายตามแผนภาพที่แสดงให้ดูครับ ในรูปของผมสายเพียบเลยเห็นป่าว
พอ วายริ่งเสร็จ ก่อนที่จะประกอบวงจรคืนกลับเข้าที่ไปนั้นก็ หากระดาษกาวมาติดใต้แผงวงจรซะหน่อย กันมันช็อตกับขารีเลย์ที่อยู่ด้านล่าง
พอติดตั้งแผงวงจรคืนที่เดิมเสร็จ ก็นำสายรางถ่านที่เราติดกับบอดี้ไว้ตั้งแต่ตอนแรกมาบัดกรีเข้ากับรีเลย์และ รางถ่านที่แชสซีตามแผนภาพที่อยู่ด้านบน
หลังจากนั้นก็ประกอบบอดี้กับแชสซีตามปกติ เสร็จขั้นตอนการโมดิฟายที่ตัวรถเรียบร้อยครับ
หลังจากตัวรถเสร็จ ทีนี้ก็มาต่อที่รีโมทครับ อันดับแรก็แกะรีโมทออกมาก่อน แล้วเราก็มาร์กตำแหน่ง ที่จะติดตั้งปุ่มเทอร์โบ โดยพยายามเอาไว้ในตำแหน่งที่กดได้สะดวกครับ เจาะรูบนแผงหน้าปัทม์ของรีโมทและติดตั้งตัวสวิชต์ไว้ตามภาพครับ
จากนั้นก็บัดกรีสายไฟจากขาของสวิชต์ไปยังแผงวงจรโดย สายหนึ่งต่อที่กราวนด์ของแผงวงจร และอีกสายหนึ่งต่อไปยังขาที่ 6 ของชิพไอซีตามรูปครับ
เสร็จแล้วเอาถ่านใส่แล้วกดปุ่มดู ถ้าไฟติดตามการกดเหมือนกับที่กดปุ่มอื่นๆ ก็เป็นอันใช้ได้ครับ ประกอบคืนให้เรียบร้อยครับ
เสร็จเรียบร้อยแล้วสำหรับการโมดิฟาย ทีนี้ก็เทสต์รันครับ เอาถ่านใส่ที่รถ แล้วก็เปิดสวิชต์ดู ถ้าไม่มีอาการผิดปกติก็เริ่มบังคับได้ เวลากดเดินหน้าแล้วรถวิ่งถอยหลังก็ให้สลับสายรีเลย์เอาครับ เวลาเล่นเราไม่จำเป็นต้องใส่ถ่านก้อนสุดท้ายก็ได้แต่ว่าจะกดเทอร์โบไม่ได้ครับ มีข้อสังเกตอย่านึงคือเวลาเรากดเทอร์โบแล้วกดปุ่มเลี้ยวรถจะกลับมาวิ่งด้วยความเร็วเดินหน้าปกติครับ สงสัยทางผู้ผลิตเขาตั้งใจให้เป็นแบบนั้นแฮะ หลังจากที่ผมลองบังคับเล่นดู ก็พบว่ารถวิ่งเร็วขึ้นกว่าเดิมนิดนึง(ไม่รู้คิดเอาเองหรือเปล่านะ)
ถ้า จะให้วิ่งดีกว่านี้ก็คงจะต้องหาพวกลูกปืนและล้อแต่งมาไส่เพิ่ม ช่วงนี้ยังไม่มีโอกาสไปเดินสะพานเหล็กเลย เอาแค่นี้ก่อนละกันครับ
ปล. เรื่องของวงจรที่เพิ่มปุ่มเทอร์โบในวงจรรุ่นใหม่นั้น ผมได้เอาวงจรรุ่นเก่าที่มีอยู่มาเทียบเคียงกันดู วงจรรุ่นเก่าตัวไอซีจะเป็นตัวใหญ่ ส่วนรุ่นใหม่จะเป็นตัวเล็กแบบเอสเอ็มดี ผมได้ลองไล่ขาที่สั่งเดินหน้าถอยหลังเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาแล้วตรงกัน เลยมั่วเอาว่าขาที่ทำหน้าที่เป็นปุ่มเทอร์โบน่าจะตรงกันด้วย ก็เลยต่อสวิชต์ที่รีโมทก่อน(วงจรรุ่นใหม่ไม่ต้องใส่ไดโอดที่ปุ่มกด เพื่อส่งสัญญาณไปสั่งให้ทรานซิสเตอร์ออนเพื่อจ่ายไฟเลี้ยงวงจรแล้ว ผมเข้าใจว่าทางผู้ผลิต คงจะนำฟังก์ชั่นดังกล่าวใส่ไว้ในไอซีเรียบร้อยแล้ว) แล้วทดลองกดปุ่มที่รีโมท แล้วก็เอามัลติมิเตอร์วัดที่ขาของไอซีบนวงจรภาครับ ก็เป็นดังที่คาดไว้ครับ สัญญาณออกมาที่ขาเดียวกันเลย